More servicesWindows Live
Sign in
 
 
Spaces home  It won't be soon before ...PhotosProfileFriendsBlog Tools Explore the Spaces community

Blog

August 19

ซุ่มซ่าม

วันนี้ถือแล็ปท็อปลงมาจากห้องนอน...
ลื่น...แล็ปท็อปหลุดมือคว้าไม่ทัน
กระแทกพื้นไปสามแป๊ก....
ยืนค้าง...ตามด้วยเสียงกรีดร้อง
ปุ่มเปิดบุ๋มลงไปหน่อยนึงต้องกดลึกๆถึงจะเปิดได้ ตายห่าๆๆๆ
เปิดมาสีหน้าจอเสีย...สีดำกลายเป็นสีแดง แล้วก็เป็นจุดๆๆเหมือนสีแตก.. ตายห่าๆๆ
แล้วจะบอกพ่อไงดีวะกู ตายแล้วววววววว
โดนพ่อว้ากไปเล็กน้อย...
โชคดีที่วันนี้พี่อุ้ยมาพอดี... เค้าบอกว่าของเหลวที่หน้าจอมันคงจะแตก หวายๆๆ
แล้วก็บอกว่าเดี๋ยวจะพยายามเคลมให้ เพราะตัวเครื่องไม่แตกหัก เฮ้ออออ
โถ่ๆๆลูกแม่..เพราะความซุ่มซ่ามแท้ๆ อย่าเป็นไรไปนะตัวเอง โฮกกกกก
ฝากความหวังไว้ที่พี่อุ้ยสุดหล่อ (ทีอย่างนี้ก็หล่อขึ้นมาทันที)
รักษาลูกไบต์ให้ด้วยน้าเพ่ ฮือๆๆๆ

 
 
August 18

งง..งง...มึน...มึน

เมื่อสัปดาห์ก่อน
โทรหาบริษัทที่ระยอง..สัมภาษณ์ไม่ผ่าน ไม่ได้งานอะเกน
ส่วนงานที่เพลินจิตก็ไม่ค่อยหวัง..
เพราะถามว่าเป็นคนที่ไหน...ชลบุรี...คนเมืองชลดุอะสิ..หนึ่งดอก
ถามว่าเกิดปีนักษัตรอะไร...ปีขาล..อย่างนี้ก็ดุน่ะสิ...สองดอก
พี่ที่ออฟฟิคบอกว่าทำไมหน้าดูดุจัง...สามดอก
โดนไปหลายดอกเลยไม่ค่อยหวัง
นั่งดูงานในเน็ตใหม่อีก..

เมื่อวานก่อน..
แม่บอกให้ไปดูแถวๆคณะมนุษย์เผื่อมีงาน.. อย่ามาอยู่บ้านเฉยๆ
พ่อให้ไปอบรม Window 2003 server ที่ศูนย์คอมกะพี่โจ้ เพื่อประโยชน์ในการศึกษาในอนาคต
เมื่อวาน..แม่ย้ำให้ลงอบรมคอมของสกอ. ที่พ่อบอก แล้วก็เรื่องอบรม server
แล้วก็อยู่ว่างๆให้ไปช่วยพี่พัดจัดรายการวิทยุที่ศูนย์คอมซะ
ทำใจเรื่องหางาน.. เพิ่งเห็นว่ารูปสมัครงานกำลังจะหมด
นั่งแปะแสตมป์บนซองจดหมาย ไว้เตรียมส่ง
คิดไว้ว่าเดี๋ยวต้องปริ้นกะถ่ายเอกสารแล้วก็ไปถ่ายรูปใหม่
เลิกดูงานไปหนึ่งวัน เนื่องจากเซ็ง

วันนี้

ตื่นแต่เช้าด้วยความงัวเงียมึนงง อาบน้ำแต่งตัว
ออกไปที่ศูนย์คอมกะพ่อ
เข้าไปนั่งอบรม server ที่รอบตัวมีแต่คนรู้เรื่อง..นั่งงงอยู่คนเดียว ก็ไม่เคยศึกษารู้ก็แปลกและมึง
พี่ๆข้างๆก็ใจดีค่อยช่วย..คงนึกสงสัยไอ้นี่มานั่งทำอะไรกันแน่
ช่วงพี่เค้าลงโปรแกรม ก็นั่งหางานต่อ..เลยไปถึงดูเรื่องเรียนต่อ จดๆๆๆ
พี่กล้วยโทรมา.. บอกเล่าเก้าสิบ แล้วก็จะถามเพื่อนเรื่องงานให้ จดๆๆๆ
คิดว่าพรุ่งนี้ต้องไปถ่ายรูปแล้ว
ออกมาก่อนที่พี่เค้าจะบอกให้กลับ..เนื่องจากหิวสาดดดดด
เดินงงๆอยู่ที่งานวิทยาศาสตร์เลยเถิดไปถึงหน้ามอ
แม่โทรมาให้เข้าไปเอารถที่โรงเรียน...ต้องโบกมอไซค์เข้าไปใหม่อีก
วันนี้ทุกคน..ไม่อยู่กินข้าวเย็นด้วย เซ็ง
กลับบ้านด้วยความมึน... มือถือดังเสือกรับไม่ทัน...
เปิดดู TAC โทรมา เหวยๆๆเอาแล้วไงกู  นึกในใจโทรมาบอกว่าไม่ได้อีกแหง..
โทรมาอีกทีแบตมือถือกูจาหมดอีก เพราะไม่ได้เหลียวแลมาหลายวัน.. เหวยๆๆ ที่ชาร์จแบต
รับมือถือก็เลยได้ทราบข่าว...เค้าตกลงจะรับทำงานด้วยเงินที่ตกลงกันไว้อันกระจิ๊ดริด
และจะปรับเงินเดือนให้ทุกๆ.....บลาบลาบลา...
มัวแต่งงลืมถามอีกว่าตกลงทำงานกี่วัน รู้แต่เวลาเริ่ม เลิก ตำแหน่ง วันเริ่มงาน ติดต่อใคร ที่เหลือลืมถามมัวแต่งง
วางมือถือ...เริ่มคำนวณค่ารถเวลาไปทำงาน.. ค่าใช้จ่ายต่างๆนานา
ที่อยู่ที่ต้องไปขอกระแซะเค้าอยู่ที่กรุง.. ขนย้ายข้าวของบลาๆๆ
จะเป็นบ้านนอกเข้ากรุงจริงๆซะแล้ว
ตัดสินใจถูกมั้ยหนอ... แต่ว่าตัดสินใจไปแล้ว ก็เอาวะ..
พยายามเข้าไอ่ไบต์เอ๊ยยยยย

August 15

ก็มีแค่นั้น

ชีวิต..มันก็แค่นั้นแหละ
สัมภาษณ์ไปสี่ที่ สะแด่วแห้วไปสามแล้ว อีกที่ก็รอดูผลต่อไป
มันก็แค่ได้งาน หรือไม่ก็ตกงานเหมือนเดิม ชีวิตกูไม่มีไรจะเสีย
สมัครงาน หางานกันต่อไป...
อย่างมากก็เกาะพ่อแม่กินต่อไป =_=
เชี้ยจริงๆ..
 
ยังไงก็ตาม
สู้เว้ยยยยยยย
August 10

ว่าง

 
พบกันได้ที่บางแสน...

ตั้งแต่วันนี้ถึงสิ้นปี...

เพราะไม่มีที่ไป - -''

ว่างงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง......
 
เหอะๆ...ชีวิตห่วยๆของคนห่วยๆ

ช่างไร้สีสันจริงๆ

เด็กฉลาดชาติเจริญ

วันนี้ไปรับจ๊อบ...
อืม... ถ้าไปเป็นครูชีวิตคงเศร้าจริงๆนั้นแหละ
เพราะชีวิตอย่างตูคงไม่เหมาะเป็นแม่พิมพ์ของชาติ เหมาะแก่การอัดเด็กให้เป็นพิมพ์คาแท่นพิมพ์มากกว่า เหอๆๆ
(ถึงวันนี้จะแต่งตัวเหมือนก็ตาม เหอะๆๆ)
เพราะนอกจากปกติจะพูดไม่ค่อยรู้เรื่องแล้ว.. ยังไม่ค่อยถูกกับเด็กอีก เอิ้ก
วันนี้ที่โรงเรียนเก่ามีสอบชิงทุนไปอยู่ต่างแดนโครงการนึง
ก็ไปช่วยอาจารย์เค้าคุมสอบและสอบสัมภาษณ์น้องๆ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ม.ปลาย
ทำให้รู้สึกว่า...เด็กเดี๋ยวนี้มันอะไรกันวะ งง
ที่ประทับใจมากแบบตราตรึงจิต อาทิเช่น
นิวยอร์กกะแอลเอคือเมืองหลวงของอเมริกา
หอเอนอยู่ที่อเมริกา
เหอๆ... เวรเหอะ
ถามว่างานแต่งงานไทยกะฝรั่งต่างกันไง
มีคนนึงตอบว่าไม่รู้ เพราะพ่อเป็นคนจีน ป๊าดดด...
หรืออย่างบางคนถามว่ามีความสามารถอะไรมั้ย..
ตอบไม่มี.. ทั้งๆที่ตัวเองพูดภาษาจีนได ้เออ อะไรกันไม่รู้
บอกให้ช่วยเล่าเกี่ยวกับวันสงกรานต์ให้ฟังหน่อยก็...
ก็วันที่สาดน้ำกันไง มันร้อนก็เลยเล่นน้ำ อืมๆๆ
ถามว่าไปอยู่อเมริกาคิดว่าจะได้อะไรกลับมา
มีคนนึงตอบว่า Hip-Hop โอ่ววว คูลลลแมน!!
ถามว่าข้อดีข้อเสียของตัวเองคืออะไร
ไม่เข้าใจว่าทำไมส่วนใหญ่ตอบไปทางกายภาพ สงสัยคำถามจะไม่เคลียร์แฮะ
เช่น ไม่ชอบหน้าตัวเองเพราะเป็นสิว ไม่ชอบหุ่นตัวเองเพราะรูปร่างไม่ดี
ชอบสมองของตัวเองเพราะฉลาด
บางคนตอบไปนู่นว่าสวัสดีค่ะ... พี่ละเศร้าจริงๆน้อง
ถามเรื่องข้อดีข้อเสียความแตกต่างระหว่างระบบการศึกษาไทยกะฝรั่ง
มีคนนึงตอบว่า ของฝรั่งดีที่ไม่ต้องใส่ชุดนักเรียน... ของไทยประมาณกฎมันจู้จี้น่าเบื่อ
ตอบกันมาแต่ละอัน...สงกะสัยจะตื่นเต้น
ไม่ว่าน้องๆหรอก เพียงแต่ทึ่งๆปนงงๆนิดหน่อย แหะๆๆ
ตัวพี่เองก็ไม่ได้ดีเด่อะไร
แต่ก็มีหลายคนที่เก่งนะ สามารถแก้ไขเฉพาะหน้าและตอบคำถามค่อนข้างจะเข้าร่องเข้ารอยอะ
บางคนก็อัธยาศัยดี ช่างพูดช่างเจรจาก็ว่ากันไป
บางคนแข็งๆงงๆ เหมือนโดนบังคับมาสอบก็มี...
เป็นประสบการณ์แปลกใหม่..
คิดถึงตัวเองตอนม.ปลาย เราก็เคยผ่านอะไรแบบนี้มาก่อน
แล้วก็เข้าใจเลยว่าทำไมตอนนั้นถึงไม่ผ่านสัมภาษณ์
เพราะเหมือนเห็นเงาของตัวเองยามเยาว์วัยในตัวน้องๆหลายคน
ตอนนั้นข้อด้อยเยอะจริงๆ..ถ้าเทียบกับคนอื่นๆ
เด็กๆเดี๋ยวนี้เก่งกันจริงๆแหละ

วันนี้ก็ได้ค่าแรงมา ก็โอเค ทำไปครึ่งวัน.. ได้ตังค์มาหยอดกระปุกแห่งอนาคต...
วันนี้ไปสัมภาษณ์เค้า เดี๋ยววันอื่นก็โดนคนอื่นสัมภาษณ์..
ซ้ำไปซ้ำมาๆๆๆๆ... อืมมม เฮ้อ
August 07

สุดกู่

เมื่อก่อนมองโลกในแง่ร้าย..ก็สุดๆ..
ตอนนี้มองโลกในแง่ดี..ก็สุดๆ..
แต่อันหลัง...ก็รู้ทั้งรู้ว่าโกหกตัวเอง
คิดไปอย่างนั้นเพื่อปลอบใจตัวเอง..
เพื่อให้รู้สึกว่าตัวเองยังคงอยู่..ยังมีตัวตน
อย่างน้อยๆ..ก็ยังได้ให้ใครต่อใครได้คิดถึง เมื่อยามเดือดร้อน
อย่างน้อยๆก็ยังได้ทำประโยชน์ให้แก่คนเหล่านั้น
ไม่ว่าเราจะเป็นยังไงในสายตาของเค้าก็ตาม
ไม่ว่าเค้าจะคิดถึงหรือไม่คิดถึงเราเลยก็ตาม
ก้าวข้ามความมืดหม่นมาได้... มาอยู่ในโลกของแสงสลัวๆ
จะพยายามไม่ย้อนกลับไปหรอกนะ.. เพื่อตัวเองๆ ท่องไว้
ตอนนี้หลอกตัวเองแบบสุดกู่....
สู้เว้ยยยยยยย

เจ็บ

เคยไปหาหมอฟัน.. แล้วหมอฟันบอกว่าต้องตัดกราม..
เหตุเนื่องมาจากเวลายิงฟัน..ฟันบนฟันล่างเราดันชนกัน ในขณะที่คนทั่วไปฟันบนจะครอบฟันล่าง
ต้องแอดมิดเข้าโรงพยาบาล เหลากรามล่างที่ยืนออกมา(พึ่งนึกได้ว่า มิน่ารูปหน้าเราแปลกๆจะเหลี่ยมก็ไม่เหลี่ยมจะรีก็ไม่รี)
หลังจากนั้นต้องจัดฟัน..ตอนได้ฟังจะเป็นลม
ตบท้ายหมอบอกว่า แต่ไม่ทำก็ไม่เป็นไร.. ผลของการที่ฟันชนกันคือทำให้รากฟันเสื่อมพังน่ะเอง
แต่หมอก็ยังบอกอีกว่า ถ้าไม่เกิดการกระทบกระแทกกันแรงๆก็อาจจะไม่เป็นไร
ระยะหลังๆเรากินของหวานที่น้ำตาลแหลมๆไม่ได้อะ พวกเยลลี่นี่ตัวดีเลย กินแล้วจี๊ดไปถึงใจ T^T
แล้วก็ช่วงนี้..รู้สึกว่าตัวเองกัดฟันบ่อยขึ้น..ปกติจะเป็นเวลานอนบ้าง..แต่ตอนนี้เริ่มลุกลาม
นั่งคิดๆอะไรอยู่รู้ตัวอีกทีก็กัดฟันแล้ว.. (นี่เข้าขั้นโรคจิตปะวะเนี่ย)
อาจจะเป็นเพราะว่าง และจิตตกอยู่บ่อยๆ..อืม กลับมาเป็นอีกแล้ว กดดัน กัดฟัน ของคู่กันเลยทีเดียว
เสียวฟันพังจริงๆแฮะ...ตอนนี้ก็ใจร้าวตัวร้าวไปแล้ว ฟันมาพังอีก ไม่ดีแหงๆ..
ช่วงนี้ก็เซอะเบอะมาก แผลเต็มตัว..เกิดจากการเหม่อล้วนๆ เหอะๆ กูจะรอดมั้ยเนี่ย
ขับรถก็แถไปมา.. จับมีดก็แถเข้านิ้ว เก็บผ้าก็เตะราวตากผ้า ทำมีดหล่นก็เกือบทิ่มเท้า
เก็บกระจกแตกก็บาดแขน ตำเท้ากูอีก มือก็เอาไปเสยมุมแล๊ปท็อปเล็บแหกเลือดกระฉู่ด
และอื่นๆอีกมากมาย
ถ้าวันนั้นไปเดินแถวโขดหินที่ทะเล ต้องลื่นหายไปกะความมืดแหงๆ..
ทำร้ายตัวเองโดยไม่ตั้งใจล้วนๆ...ห่า เจ็บหว่ะ
July 31

Cycling with Tubkeaw

ตั้งแต่กลับมาอยู่บ้าน..
จักรยานก็กลายเป็นเศษเหล็ก..ดีๆนี่เอง
จริงๆที่ทางแถวบ้านมีให้ปั่นเหลือหลายแหละ
แต่ว่า... ไม่อยากจับจักรยาน เพราะว่าคิดถึงทับแก้ว
ติ๊งต๊องเนอะ...
อยู่ทับแก้ว จักรยานเป็นพาหนะที่เจ๋งที่สุด..
ไม่กินน้ำมัน ไม่ปล่อยของเสีย จอดก็สะดวก
ได้ออกกำลังกาย กินลมชมวิวรอบมหาลัยได้อย่างง่ายดาย
อยากปั่นไปเตร็ดเตร่รอบนอกก็ทำได้
เรามีความทรงจำหลายอย่างเกี่ยวกับจักรยาน..
เป็นสิ่งที่เต็มไปด้วยเรื่องราว ทุกข์ สุข สนุก เหนื่อย
อืม.... พอพิมพ์ๆไปก็คิดถึงทับแก้ว..
อยากไปนั่งเล่นที่สระแก้วเวลาที่ท้อแท้ เครียด
อยากไปช้อปปิ้งที่ตลาดนัดวันพุธ ของถูกใจและถูกกระเป๋า
อยากไปกินขนมหวานที่ยูเนี่ยน
อยากไปนั่งชิลที่ร้านกาแฟศาลาแปดเหลี่ยม
อยากไปนั่งหนาวอ่านหนังสือที่ห้องสมุด
อยากไปเล่นบาสที่ยิมกระจิ๊ดริด
อยากไปกินข้าวต้มหลังมอ
อยากไปเดินเล่นที่สนามจันทน์
อยากไปปั่นจักรยานรอบทับแก้ว...
คิดถึงจังน้าาาาาาาาาาาาาา...
ตอนนี้ยิ่งทำอะไรไม่ถูกไปไม่เป็น ก็อยากจะกลับไปตั้งหลักที่นั้น
แล้วสักวันจะกลับไปยังที่ๆจากมา...ที่ๆคิดถึงเสมอ..ทับแก้ว

ปล. ถึงจะปั่นจักรยานแล้วคิดถึงทับแก้ว แต่ว่าตอนนี้ก็ต้องปั่นแล้วหล่ะ
เพราะอ้วนท้วนสมบูรณ์เกินไปแล้ว.. ต้องออกกำลังกายๆ อิอิ

July 28

บาด

กระจกอยู่ของมันดีๆ..ก็ยังโดนทำให้แตกได้

นับภาษาอะไรกับแก้วที่มันร้าว...

ของที่แตก ของที่หัก มันซ่อมไม่ได้หรอกนะ

วันนี้โดนกระจกปาดเท้าไปไม้น้อยกว่าสี่ครั้ง...

แต่กระจกบาดเท้า ยังไม่เท่ากับการกระทำที่บาดใจหรอก

ทนไม่ไหว หรือ ไม่มีความอดทน..

แล้วจะต้องเจอกับเรื่องแบบนี้ไปอีกนานเท่าไหร่

มีแต่เจ็บกับเจ็บ... ต้องเอากันให้ล้มตายถึงจะพอใจใช่มั้ย
July 15

Fly me to the moon


นี่...

ถ้าฉันจะบินไปดวงจันทร์

เธอจะไปกับฉันไหม?

ถ้าฉันอยากให้เธอไปด้วย

เธอจะไปกับฉันไหม?

แล้วนี่ฉันถามใคร

ในเมื่อฉันไม่มีเธอ...
July 01

ป.ปลาตากลม

ป.ปลาตากลม..
ปลาทองตัวกลม..
สีส้มสีดำ..
เห็นแล้วมีความสุขจัง..
อยากเลี้ยงน้องหมาอ้วนกลม..
แต่ไม่ปัญญา..
เลี้ยงตัวเองให้ได้ก่อนแล้วค่อยคิดละกัน +_+
June 30

งงตัวเอง..

เมื่อกี้เสียงพี่วิน Squeez animal ขับขานอย่างโหยหวน..
"บอกกับตัวเองจะไม่มองกลับหลัง.....~"
มือถือสั่นไปตามจังหวะเพลง..
กำลังมึนๆ ฟังเพลง Clock ของ Supersub
ควานหามือถือ แม่งอยู่ไสฟะ
ดูเบอร์ที่โชว์ เบอร์ใครวะแม่งคุ้นๆ...หรือว่าจะเป็น...
รับแบบมึนๆ เป็นเสียงผู้ชาย.. เวรและ ก้มดูเบอร์อีกที เอ...หรือจะใช่
มึนๆอีกสามที อีกฝั่งก็ "ฮัลโหลๆๆ พี่ไบต์ปะ"
ใครที่ไหนมาเรียกกูพี่... หรือล้อกูเล่น งงไปอีกสามสเต็ป
กว่าจะรู้ว่าเป็นน้องแชมป์ เอาซะงง..
พอรู้แล้วก็เออแล้วไปเว้ย...ไม่ใช่คนที่คิด เหนื่อยเลย = =''
เบอร์ดันคล้ายกันอีก.. โลกเรานี้มันช่าง... เครซี่จริงๆ (ยืมคำจากหนังสือเรื่อง เครซี่หน่อย)
แล้วกูจะตกใจทำเพื่ออะไร?? งงตัวเองโว้ย
March 15

ใจหาย...แต่ต้องหายใจ

วันนี้ไปเจอเพื่อนๆ..แล้วก็ใจหายแฮะ
จริงๆใจหายตั้งแต่วันที่นั่งไขราวตากผ้าที่หอแล้ว
ภาพเก่าๆมันวิ่งกลับมาในสมอง
ความทรงจำตลอดระยะเวลา 4 ปี..
วันนั้นอะจำได้ว่าเป็นวันที่โคตรเหงาเลย
ไขราวตากผ้าไป.. ก็เปลี่ยวใจ
มันเหมือนกับว่าวันเวลาเหล่านั้นจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นอีกแล้ว

วันนี้เจอกันอีกทีทุกคนก็พยายามทำหน้าที่ของตัวกันอย่างเต็มที่
เห็นเพื่อนๆสมัครงานกัน.. ก็แอบอมยิ้ม
เราที่ยืนดูอยู่ก็แอบคิดนะว่า.. แล้วตัวเราหละกำลังทำอะไรอยู่
สิ่งที่ตัดสินใจลงไป มันควรจะเป็นอย่างนั้นจริงๆหรอ?
คำถามนี้มันวนเวียนอยู่ในหัวตลอด 24 ชั่วโมง
วันที่ตัดสินใจเล่าให้ที่บ้านฟัง.. และพ่อบอกว่าคิดเอง
วันที่ตัดสินใจจะไป โทรไปบอกแม่ ถามย้ำๆกับแม่อยู่หลายครั้ง ว่าไปดีมั้ย?
วันที่คุยกับน้อง..แม้กระทั่งกับน้องยังถามมันว่า ฉันจะไปดีมั้ย..
ไม่ใช่ว่าคนในบ้านบอกว่า"ไม่ดี" แล้วจะล้มเลิกความคิดหรอกนะ
เพียงแต่ว่าบางทีก็ต้องการอะไรที่บ่งบอกว่า เราได้คิดที่จะทำมันไปแล้ว..
ต่อให้ใครคัดค้าน สิ่งที่เราตั้งใจไว้ก็จะไม่มีคำไหนมาลบล้างได้..
แล้วก็คงไม่เสียใจหรอก ต่อให้ผลลัพธ์ที่ออกมาจะไม่มีอะไีรดีขึ้นน่ะ
อย่างน้อยก็ได้ลงมือทำ และพยายามแล้ว

มีคนถามว่าทำไมต้องที่นั่น..ตอบง่ายๆเลยมันถูก
จะไปไหนทำอะไร ต้องคิดถึงสภาพการเงินและสภาพครอบครัวอันดับแรก...
ทุกคนเห็นว่าเราตัดสินใจเร็วเหมือนเล่นขายของ..
จริงๆแล้วมันไม่ใช่ นอนคิดนั่งคิดเดินคิดคำนวณจนบางวันสติก็แทบไม่อยู่กับตัว
แล้วก็ไม่อยากให้มันช้าไปกว่านี้ เพราะถ้ายิ่งช้าการใช้ชีวิตของเราก็ยิ่งช้าลง
แล้วก็คิดว่าประเทศที่มันไม่น่าไป ไม่น่าอยู่ได้
มันจะสอนบทเรียนอะไรดีๆให้กัับเรา.. คนที่ไม่ยอมโตสักที
เราไม่ได้คาดหวังอะไรจากการไปครั้งนี้ นอกจากการได้รู้จักตัวเองมากขึ้น และเรียนรู้ที่จะรับมือกับความไม่โตของตัวเอง

ทุกคนต้องเติบโตใช่มั้ยหละ
และแต่ละคนก็มีหนทางที่แตกต่างกันไป
แล้วตัวเราก็เลือกที่จะใช้วิธีแบบนี้...ก็แค่นั้นแหละ

ยังไงก็ตาม... เจอกันเมื่อชาติต้องการนะเพื่อนๆ

March 08

Goodbye for now...

จบ...

หมด...

โล่งจัง...

แต่ว่า...

ที่เหลือต่อจากนี้ก็...ยังไม่รู้

มีเวลาอีกสองสัปดาห์สะสาง...เคลียร์ และเตรียมตัว...

บางทีก็งงๆ... ตัดสินใจเร็วไปมั้ย คิดถูกรึเปล่า

แต่ว่า...ไม่มีอะไรถูกหรือผิดหรอก... ก็แค่ต้องลอง

และเมื่อได้คิดว่าจะทำแล้ว... ก็อยากจะลงมือทำ

ไม่อยากให้มันเป็นแค่สิ่งที่"คิด"เฉยๆ

ลองดูสักตั้ง... ไม่ได้ทำอาจจะเสียใจ

ลากันตอนนี้... แต่อีกแป๊บเดียว... เดี๋ยวก็เจอกันเนอะ

ตอนนี้ก็แค่เอ่ยคำลาเฉยๆ

ลาก่อนนะ..แล้วเจอกัน

February 27

little too late

บางทีถ้าเรารู้จักกันเร็วกว่านี้...

ได้คุยกันมากกว่านี้..

ได้ทำกิจกรรมร่วมกันมากกว่านี้..

เราก็จะรู้จักกันมากกว่านี้..

เสียดายจัง ก่อนหน้านั้นเราไปทำอะไรอยู่นะ..

ทำไมเราถึงรู้จักกันช้าขนาดนี้..

ช้าเสียจนโอกาสที่จะได้รู้จักกันเพิ่ม..ไม่มีอีกแล้ว

รู้จักกันเพียงแค่นี้..แค่เศษเสี้ยวเดียว ยังรู้สึกได้ขนาดนี้..

ช้าไปงั้นหรอ...

เฮ้อ...
February 08

เพ้อเจ้อ

ยิ้ม...

ยิ้ม...

ยิ้ม...

ยิ้ม...

ยิ้ม...

และยิ้ม!

เพ้อเจ้อจริงๆเรา...

February 04

เป็นผู้หญิงมันเหนื่อย

ระยะหลังๆมานี้ประสบปัญหาที่ว่าเป็นผู้หญิงมันเหนื่อย
การแต่งหน้า
เครื่องสำอางค์
กระโปรง
ส้นสูง
เสื้อผ้าหน้าผม...บลา บลา บล๊า
ถ้าตัดความเป็นผู้หญิงภายนอกทิ้งไป.. ชีวิตจะสบายอีกหลายเท่า
ประหยัดเงิน
ประหยัดเวลา
ประหยัดความคิด
จะทำก็ทำได้...แต่ช่องว่างในสังคมก็แคบจัง
แค่ที่เป็นอยู่ตอนนี้ ยังมีคนมองแตกต่าง.. แนวบ้าง เซอร์บ้าง แปลกบ้าง โทรมบ้าง ว่ากันไป
ก็แค่เป็นตัวของตัวเอง เป็นผู้หญิงในแบบของตัวเอง แค่นี้ยังเป็นไม่ค่อยจะได้เลย
ไม่แคร์สายตาใครก็ทำได้ แต่กาลเทศะก็สำคัญ... อืมมมมม ยากจังชีวิตมนุษย์
แต่ว่าจริงๆแล้วสิ่งเหล่านี้มันก็แค่ภาพภายนอก
สิ่งสำคัญอยู่ที่สมอง ความคิด การนำไปปฏิบัติ
รู้กันในทางทฤษฎี แต่เวลาปฏบัติมักดำรงชีวิตไม่รอด เพราะกรอบแปลกๆของสังคม
เป็นผู้หญิงแบบเราก็งงๆเหมือนกันแฮะ
งงๆ ตัวเอง
เป็นผู้หญิงมันเหนื่อยจริงๆ =______=

January 24

บางที


บางทีชีวิตก็ต้องการแต่เรื่องไร้สาระ..

ไร้สาระบ้างจะเป็นไร
January 15

เฮ้ออออออ....

วันนี้มีงานหนังสือที่หน้าหอสมุด..
เดินไปแล้วก็อยากอ่านหนังสือเยอะแยะไปหมด โอ่วววว
ซื้อมาจำนวนหนึ่ง ส่วนที่เล็งไว้ยังไม่ซื้อต้องมานั่งคำนวณเงินดูก่อน
เพราะที่ซื้อๆไว้ตอนนี้ก็เยอะประมาณนึง... แบบว่ายังไม่มีเวลาอ่าน
หนังสือของคุณวินทร์นี่ก็ยังอยากอ่านอีกหลายเล่ม
อยากลองอ่านของมูราคามิด้วย.. จริงๆวันนี้ก็ได้เรื่องสั้นของคุณลุงมูราคามิมาเล่มนึง
ไว้อ่านก่อนถ้าถูกับ"ทาง"เราค่อยว่ากันต่อไป
ของโอตสึ อิจิ ก็ยังไม่ได้อ่านอีกเรื่องสองเรื่อง คนนี้ก็คนโปรดเลย
มากมายก่ายกองที่อยากอ่านนนนนน..ไม่มีเวลาเลยตอนนี้ (แล้วเอาเวลาไปทำไรนักวะ?)
แต่ก็...หลังต้นมีนานี้คงจะได้อ่านครบทุกเล่ม... เพราะคาดว่าจะทำตัวว่างสักระยะ
ตอนนี้ก็อ่าน Brave New World, Just a Boy, Midsummer night's Dream และ Macbeth ไปก่อน...
ไม่ทันแล้วโว้ยยย ใกล้จะปลายภาคแล้ว ยังแน่นิ่งอยู่เลย โดยเฉพาะสองเรื่องหลังนี่ตัวแรง =_______=
Midsummer นี่แบบว่าเพิ่งไปพรีเซนต์งานกะอาจารย์มา โดนตอกกลับมากระจุยเลย อ่านหนังสือน้อยไป (เรียนในห้องก็หลับเหอะ =_=')
*กรีดร้องโหยหวน* รู้สึกว่าไม่น่าเลย...
แต่ว่าก็เลือกแล้ว ก็พยายามต่อไปละกัน ทั้งๆที่ก็พอจะเดาผลออกอ่านะ..
ก็อันตัวเราภาษาอังกฤษและความคิดยังไม่ strong พอ...immature ก็ว่าได้ เอิ้ก...

เอาเถอะๆๆๆ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ก็พยายามทำๆไปตามเรื่องตามราว ดีกว่าไม่พยายามวุ้ย...
เฮ้อ....เบื่อโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

January 11

No one

Don't know where to go.
Don't know what to do.
Don't know who I can talk with.
Sometimes needs someone to share some idea.
Sometimes feels like there's a lot of people around me.
Sometimes none.
Being alone is not always fine.
But have to get used to it.
No one...
No one...
No one...
Where is anybody?
Why I found out that I'm stand alone in busy world.
Only myself.
No one....No one